I'm a title. ​Click here to edit me.

LG Puricare หน้ากากกรองอากาศสุดล้ำ

LG Puricare หน้ากากกรองอากาศสุดล้ำ

บริษัท LG ได้นำเสนอหน้ากากกรองอากาศรุ่นใหม่ที่มีไมโครโฟนและลำโพงที่ใช้เทคโนโลยี Voice ON จะขยายเสียงออกสู่ลำโพงเมื่อผู้ใช้เปล่งเสียงพูดโดยอัตโนมัติช่วยให้ทุกการสื่อสารกับคนรอบข้างดียิ่งขึ้น Puricare มีมอเตอร์ 2 ตัวในการควบคุมการไหลเวียนของอากาศเพื่อช่วยให้หายใจได้อย่างสะดวกทั้งในยามใช้ชีวิตปกติและระหว่างการออกกำลังกาย ใช้แผ่นกรองอากาศ HEPA ฟิลเตอร์ H13 class ที่สามารถกรองอนุภาคได้เล็กถึงขนาด PM1.0 ช่วยให้คุณใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสบายยิ่งขึ้น และ ตัวหน้ากากมีแบตเตอรี่ในตัวถึง 1000 mAh ซึ่งสามรถใช้งานได้ 8 ชั่วโมงต่อวัน และ ใช้เวลาชาจเพียง 2 ชั่วโมงด้วยสาย USB ที่แถมมาให้อีกด้วย LG จะวางขายในประเทศไทยเดือนสิงหาคมนี้ หลังจากที่ได้เปิดตัวรุ่นเบต้าออกมาเมื่อปีที่แล้วโดยราคาจัดจำหน่ายอยู่ที่ 5,490 บาท อ้างอิง https://www.lgnewsroom.com/2021/07/for-top

Clubhouse เล่นได้แบบไม่ต้อง Invite แล้ว !!

Clubhouse เล่นได้แบบไม่ต้อง Invite แล้ว !!

พอพูดถึง Social Network ทางเสียง ที่ยอดฮิตอีกอันนึงก็คงหนีไม่พ้น Clubhouse แอปพลิเคชันที่ผู้คนจะสมัครและต้องได้รับคำเชิญจากผู้ใช้ก่อนหน้านี้ หรือ Invite เท่านั้นถึงจะใช้งานได้ แต่ล่าสุด Clubhouse ได้ออกมาประกาศว่า ไม่ต้องมี Invite ก็สามารถใช้งานได้แล้ว โดยจะเป็นตัวที่เปิดให้ดาวน์โหลดตอนนี้ ปัจจุบันนี้มีผู้ใช้งานที่รอเข้าใช้งานถึง 10 ล้านราย หากมีการเปิดให้ใช้งานแบบไม่ต้อง Invite ก็จะทำให้ผู้ใช้งานเพิ่มอย่ามหาศาล และยิ่งมีการเปิดเวอร์ชั่น Android ส่งข้อความผ่าน Backchannel กว่า 90 ล้านครั้ง เรื่องนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องที่เกินคาดเพราะ Social Network รายใหญ่ก็พัฒนาฟีเจอร์คล้าย Clubhouse มากขึ้น Clubhouse เองก็ต้องปรับตัวให้ทันเช่นกัน และ ยิ่งทำให้มีพัฒนาสิ่งใหม่ๆ จนทำให้เราเข้าถึงได้อย่างง่ายด้วย อ้างอิง https://www.sanook.com/hitech/1537765/

หูฟังไร้สาย “ OPPO Enco Air ” เพียง 1,999 บาท

หูฟังไร้สาย “ OPPO Enco Air ” เพียง 1,999 บาท

ดูสินค้า OPPO เพิ่มเติม คลิกที่นี่เลย ! Shopee : https://shp.ee/s24hz27 Lazada : https://1th.me/kwNqt เปิดตัว “ OPPO Enco Air ” หูฟังไร้สายรุ่นล่าสุด นวัตกรรม IoT แบบสมาร์ทไลฟ์ เสียงที่สัมผัสได้ ภายใต้แนวคิด “ Sound You Can See ” ดีไซน์ด้วยเคสชาร์จแบบโปร่งแสง ระบบเสียงที่ใส ทรงพลัง และคมชัดพร้อมให้ใช้งานยาวนาน ชาร์จได้เร็ว และเชื่อมต่อเสถียร ในราคา 1,999 บาท ดีไซน์สวยด้วยเคสชาร์จแบบโปร่งแสง OPPO Enco Air ถ่ายทอดงานดีไซน์มาจากผลิตภัณฑ์รุ่น OPPO Enco Series ก่อนหน้า ที่มีเอกลักษณ์ความโค้งมน พลิกโฉมการออกแบบด้วย Pebble-round พร้อมการเคลือบผิวที่สะดุดตา และ ฝาด้านบนแบบโปร่งแสง ดูแปลกใหม่ เหมาะกับการเป็นแก็ดเจ็ตยอดฮิตของปีนี้ นอกจากนี้ ยังได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์แบบ Semi In-ear ที่ปรับให้เข้ากับความโค้งตามธรรมชาติของใบหู ผนวกกับน้ำหนักที่เบาเพียง 3.75 กรัม จึงทำให้สวมใส่ได้อย่างมั่นคง และสบาย ดีไซน์ผิวสัมผัสภายนอกให้ความรู้สึกพรีเมี่ยม ลงตัว ดึงดูดสายตาผู้คน อีกทั้งยังสามารถกันน้ำได้ระดับ IPX4 หูฟังไร้สายหนึ่งเดียวที่มาพร้อมแบตเตอรี่ Dual Flash Charging Technology ชาร์จเพียง 10 นาทีสามารถใช้งานได้ถึง 8 ชั่วโมง โดยเทคโนโลยีชาร์จเร็วนี้ รองรับการชาร์จทั้งหูฟัง และ เคสชาร์จได้ในเวลาเดียวกัน เพราะฉะนั้น แบตเตอรี่ของ OPPO Enco Air ได้พัฒนาเพื่อตอบโจทย์ของผู้ใช้ได้นานถึง 4 ชั่วโมง และหากใช้กับเคสชาร์จ ผู้ใช้งานสามารถฟังเพลงได้ถึง 24 ชั่วโมง รวมถึงโทรได้สูงสุด 2.5 ชั่วโมง และ 15 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังสามารถเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานอัตโนมัติ เมื่อตรวจพบว่าหูฟังถูกวางไว้โดยไม่ได้ใช้งาน ทำให้มั่นใจได้ว่าสามารถใช้งานได้นานตลอดวัน มีทั้งหมด 2 สีได้แก่ สีขาว Misty White และสีดำ Misty black เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ IoT คุณภาพสูง ที่จะกลายเป็นเพื่อนรักคนใหม่ให้เราเพลิดเพลินกับกิจกรรมตลอดวันได้อย่างสบาย มาใน ราคา 1,999 บาท พิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อ OPPO Reno6 Z 5G รับส่วนลดมูลค่า 500 บาท แลกซื้อ OPPO Enco Air หูฟังรุ่นล่าสุดได้ในราคาพิเศษเพียง 1,499 บาท จากราคาปกติ 1,999 บาท OPPO Enco Air วางจำหน่ายในวันที่ 22 กรกฎาคมเป็นต้นไป ณ OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้เลย ขอขอบคุณ https://www.sanook.com/hitech/1537745/

อัพเดต Premiere Pro รองรับชิป Apple M1 ได้แล้ว !!

อัพเดต Premiere Pro รองรับชิป Apple M1 ได้แล้ว !!

Adobe Premiere Pro เวอร์ชันใหม่ ที่รองรับการใช้งานบน Apple ได้มีการเปิดตัวชิป M1 ประสิทธิภาพการประมวลผลได้เร็ว ทำงานพร้อมกันหลายโปรแกรมได้อย่างดีเยี่ยม Premiere Pro เวอร์ชันเบต้า ที่พัฒนาให้รองรับการทำงานกับชิปของ Apple M1 ในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ผลการทดสอบของ Pfeiffer Report ชี้ให้เห็นถึงการทำงานที่ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่เปิดโปรแกรมไปจนถึงขั้นตอนสุดท้าย คือ เซฟไฟล์ และ Export พบว่าตั้งแต่ต้นจนจบทุกกระบวนการเร็วขึ้นกว่าเดิม และเฉลี่ยเร็วกว่าระบบที่ใช้ชิป Intel ราว 77 % ตัดต่อวิดีโอทำได้อย่างราบรื่น เป็นเพราะ Adobe ในเทคโนโลยี M1 พัฒนาซอฟต์แวร์ให้นักตัดต่อวิดีโอ และ ครีเอเตอร์ ทำโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่บนเครื่อง Mac ได้ดีขึ้น มีสมรรถนะเทียบกับเวิร์กสเตชั่นระดับไฮเอนด์ ให้เห็นถึงการปรับปรุง ส่วนของการนำเข้า เล่น และส่งออกไฟล์ เช่น การนำเข้าวิดีโอ XAVC S 4K เร็วขึ้น 187% และการแปลงเป็น ProRes 422 ทำได้เร็วขึ้น 129% ขณะที่วิดีโอที่มีการบีบอัดสูงมาก เช่น วิดีโอ iPhone 4K ที่ 60 fps เล่นได้ราบรื่นบนไทม์ไลน์ จุดเด่นด้านประสิทธิภาพ โปรแกรมเริ่มทำงานเร็วขึ้น 50% เปิดโปรเจ็กต์ได้เร็วขึ้น 77% เซฟโปรเจ็กต์ได้เร็วขึ้น 168% เอฟเฟ็กต์ Gradient Wipe เร็วขึ้น 90% เอฟเฟ็กต์ Lens Flare เร็วขึ้น 66% และความสามารถของชิป Apple M1 ทำให้ใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ในโปรแกรม Premiere Pro Beta เร็วขึ้นโดยเฉพาะการปรับแต่งฟีเจอร์ Adobe Sensei AI และ ML สำหรับ Apple Neural Engine ตัวอย่างเช่น Scene Edit Detection ซึ่งขับเคลื่อนด้วย Adobe Sensei ทำงานได้เร็วขึ้นอย่างน้อย 430 % บน Apple M1 13” MacBook Pro เมื่อเทียบกับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ชิป Intel ซึ่งมีสเปคใกล้เคียงกัน โอโห้ เรียกได้ว่า Apple ไม่เคยหยุดพัฒนาที่จะทำให้เราทำงานได้อย่างดีขึ้น ง่ายขึ้น แถมยังรวดเร็วทันใจสายกราฟิก ครีเอเตอร์ รุ่นใหม่ๆอีกด้วย สำหรับใครที่สนใจทดลองใช้งาน Premiere Pro Beta สำหรับ Apple M1 สามารถทดลองใช้งานรุ่นเบต้าได้แล้ว ก่อนที่ Adobe จะเริ่มวางจำหน่ายเร็วๆ นี้ ขอขอบคุณ https://www.techhub.in.th/adobe-premierpro

Xiaomi Mi Smart Speaker ลำโพงบลูทูธอัจฉริยะ

Xiaomi Mi Smart Speaker ลำโพงบลูทูธอัจฉริยะ

ช่วงนี้ใครๆ ที่กำลัง Work For Home อยู่แต่บ้าน ทำงานทั้งวัน ใช้ชีวิตเบื่อๆ ตัวนี้อาจช่วยคุณได้ Xiaomi Mi Smart Speaker ลำโพงบลูทูธอัจฉริยะ ที่่มีดีไซน์สวย ทันสมัย แถมมีฟีเจอร์อีกมากมายให้คุณได้ใช้งานได้แบบสนุกสนาน สะดวกสบาย จุใจ ดูหนัง ฟังเพลงกันไปยาวๆ ว่าแล้ว เรามาดูกันว่ามันทำอะไรได้บ้าง !! ตัวลำโพงมีขนาด 133 x 104 x 151 มม. น้ำหนักประมาณ 842 กรัม ถือว่ากำลังดีเลย ไม่หนักเกินไป วัสดุทำมาจากโลหะอย่างดี ใช้ชิป Amlogic A113X 4-Core A53 แรม 512 MB. หน่วยความจำ 256 MB. รองรับปฎิบัติการ ลีนุกซ์ OS และ อุปกรณ์ IOT ในบริการ Google แถมยังรองรับ WiFi 2.4 GHz ไปถึง 5 GHz มันสามารถทำงานร่วมกับ Xiaomi ตัวอื่น ๆ ได้ เช่น เครื่องฟอกอากาศ หลอดไฟอัจฉริยะ เพียงแค่ควบคุมผ่านสมาร์ทโฟนด้วยเสียง Google Assistant และ Chromecast ที่ Build - In มาให้ในตัว เพื่อให้คุณฟังเพลง สอบถามสภาพอากาศ ตั้งนาฬิกาปลุก บันทึกความจำ ช้่วยคิดเลข แปลภาษา หรือค้นหาข้อมูลได้อีกมากมาย Driver ในการทำงานมีขนาดใหญ่ถึง 63.5 มม. กำลังขับ 12 วัตต์ พร้อมกับ Amplifier ที่รองรับจาก DTS เสียงยอดเยี่ยม ฟังแล้วไม่แหลมเกินไป ไม่ทุ้มเกินไป และมีรายละเอียดมากมายที่ชัดเจน DTS หรือ Digital Theater Systems เป็นระบบเสียงชนิดหนึ่งที่พัฒนาการบันทึกเสียง โดยการบีบอัดข้อมูลแบบดิจิตอล ในรูปแบบ มัลติแทร็ค ลงใน CD – ROM และบันทึกในเวลาที่เท่ากันกับฟิล์มภาพยนตร์ นอกจากใช้สำหรับระบบเสียงในโรงภาพยนตร์ หรือใน CD แล้ว ยังพัฒนาเข้ากับอุปกรณ์มัลติมีเดียอื่นๆด้วยไม่ว่าจะเป็น Sound Card, ลำโพง จนมาถึงระบบเสียงบนมือถือและแท็บเล็ตอีกด้วย อุปกรณ์ภายในกล่องมี Mi Smart Speaker 1 ตัว , สายชาร์จ 1 ตัว ความยาวประมาณ 1 เมตร ถือว่าค่อยข้างสั้น และคู่มือการใช้งาน แอปพลิเคชันที่จำเป็นต้องมีในการใช้ Google Home แต่ถ้าต้องการใช้เครื่องลำโพงกับอุปกรณ์ Xiaomi ตัวอื่นๆ โหลดแอป MiHome และ Google Home แต่ถ้าเชื่อมต่อกับ MiHome ไม่ได้ แต่เชื่อมต่อกับ Google Home ได้ ให้ลองเปลี่ยนรหัสของ MiHome แทน วิธีการใช้งาน Mi Smart Speaker ควบคุมแบบสัมผัส 4 ปุ่ม ในการใช้งานที่อยู่บนเครื่อง ปุ่มลดเสียง ปุุ่มเล่น / หยุด ปุ่มปิดไมโครโฟน ปุ่มเพิ่มเสียง ไมโครโฟนมี 2 ตัว สามารถจับเสียงในระยะใกล้และไกลพร้อมกัน เพื่อรับเสียงได้ดี ตัวเครื่องต้องชาร์จแบตตลอดเวลา เพราะตัวเครื่องไม่มีแบตเตอรี่ในตัว เชื่อมต่อการทำงานผ่าน WiFi และ Bluetooth แบบออฟไลน์ได้ ไฟ LED รอบตัวเครื่อง แสดงผลได้ถึง 16 ล้านสี เมื่อเสียบที่ชาร์จแบตเข้ากับตัวเครื่อง ไฟจะแสดงผลเป็น " สีขาว " กะพริบขึ้น เมื่อกดปุ่มตรงไมโครโฟน ไฟจะแสดงผลเป็น " สีส้ม " ปรากฏขึ้น ด้านล่างของตัวเครื่องมีปุ่มยืดกับที่วาง 4 ด้าน เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่หรือตกพื้น ถือได้ว่าเป็นลำโพงอัจฉริยะที่ล้ำสมัยเลยทีเดียว เพราะใช้งานได้มากขึ้น ไม่ว่าคุณจะทำอะไรอยู่ มันก็สามารถเป็นเพื่อนที่ช่วยให้คุณผ่อนคลายได้ มีดีไซน์สวย ทันสมัย และยังประดับบ้านไว้ได้ด้วย แต่ข้อเสียก็คือ ต้องชาร์จแบตตลอดเวลา กินไฟในระดับนึง ไม่มีแบตในตัว อาจจะไม่สะดวกสำหรับใครๆที่ต้องการใช้นอกสถานที่ ถ้าสถานที่นั้น ไม่มีปลั๊ก ก็อาจจะไม่สามารถใช้งานได้ รับประกันโดยศูนย์ Xiaomi ไทย 1 ปี เกิดเสียหายภายใน 30 วัน พร้อมเปลี่ยนเครื่องใหม่ทาง Mi Thailand Mall ให้เลย และยังสามารถออกใบเสนอราคา และใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้อีกด้วย สำหรับใครๆที่กำลังสนใจตัว Mi Smart Speaker ไปฟังเพลงกันแบบยาวๆ กดสั่งซื้อ คลิกที่นี่เลย Lazada : https://1th.me/BWqi5 Shopee : https://shp.ee/gj7d24n ชมภาพ Xiaomi Mi Smart Speaker ลำโพงบลูทูธอัจฉริยะ ทั้งหมด ได้ที่นี่

Soundmoji อิโมจิมีเสียงได้แล้ว ของเล่นใหม่จาก Facebook Messenger

Soundmoji อิโมจิมีเสียงได้แล้ว ของเล่นใหม่จาก Facebook Messenger

เปิดตัว Facebook ฟีเจอร์ใหม่ ให้ผู้ใช้งานได้แสดงความรู้สึกบน Facebook Messenger ได้สนุกขึ้นผ่าน Soundmojis หรือ อิโมจิแบบมีเสียง เพื่อให้คนที่ต้องการส่ง อีโมจิ ที่ไม่ได้มีแต่ภาพอีกต่อไป เพราะตอนนี้ Soundmojis หรือ การส่ง อีโมจิแบบมีเสียงได้แล้ว ถือว่าเป็นครั้งแรกของ Messenger ที่ทำได้ และอาจจะยิ่งทำให้ผู้คนหันมาสนใจในการเล่น Facebook Messenger เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นช่วงเดียวกับ วันเฉลิมฉลองอิโมจิสากล หรือ World Emoji Day ตรงกับวันที่ 17 กรกฎาคมของทุกปี โดย Facebook เผย มีข้อความจำนวนกว่า 2,400 ล้านข้อความถูกส่งพร้อมๆ กับอิโมจิบน Messenger ในแต่ละวัน และในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เห็นว่าผู้หญิงจะส่งข้อความที่มีอิโมจิมากกว่าผู้ชาย อิโมจินั้นได้ช่วยสร้างสีสันสร้างสัมพันธ์ ให้กับบนสนทนา และทุกคนก็ใช้อิโมจิในการส่งต่อความรู้สึกที่ไม่สามารถใช้คำพูดได้ และยังเผยว่า Soundmoji เป็นการเพิ่มประสบการณ์ให้มีความสนุกมากขึ้น เป็นการฉลองวันอีโมจิโลก มีการส่งแบบอีโมจิแบบเสียง โดยสังเกตว่า emoji แบบเสียงอยู่ข้างกล่องข้อความ และนอกจากนี้ยังมีให้เลือกทั้งหมด 27 แบบและคาดว่าจะมีรูปแบบอื่นๆ อีกด้วย เล่นฟีเจอร์ Soundmojis นี้ได้ง่ายๆ แค่เปิดแอป Messenger แล้วเริ่มแชท จากนั้นแตะที่รูปหน้ายิ้ม เพื่อเปิดเมนูการส่งรูปภาพแทนความรู้สึกขึ้นมา แตะที่ปุ่มลำโพง เพียงแค่นี้ก็จะสามารถเลือกดูและส่ง Soundmojis ที่ชอบ สำหรับใครที่สายแชทตลอดเวลา ต้องไปลองเล่นกันแล้ว !! ขอขอบคุณ https://www.sanook.com/hitech/1537289/

STEAM DECK เครื่องเล่นเกมพกพาใหม่จากค่าย VALVE

STEAM DECK เครื่องเล่นเกมพกพาใหม่จากค่าย VALVE

VALVE บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการวิดีโอเกม ได้เปิดตัว STEAM DECK เครื่องเล่นเกมพกพา และ พร้อมเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองกันได้แล้ว วันนี้เราจะบอกสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับ STEAM DECK ว่าเครื่องนี้มีดีอะไรบ้างสำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจหรือกำลังตัดสินใจซื้อ อย่างแรกเรามาดูรุปลักษณ์หน้าตากันก่อน โดยตัวเครื่องนี้จะประกอบไปด้วยหน้าจอ LCD ขนาด 7 นิ้ว พร้อมความละเอียด 1280 x 800 60 Hz ความสว่าง 400 nit และ ปุ่มแอนะล็อก กับ แทร็กแพ็ด ที่ใช้ในควบคุม จะถูกจัดอยู่ในตำแหน่งที่เอื้อมนิ้วกดได้อย่างสะดวก เหมาะกับมือของผู้เล่นหลากหลาย และยังมีแบตเตอรี่ความจุถึง 40 Whr ทางสตีมบอกว่าเล่นเกมได้นาน 2-8 ชั่วโมง และชาร์จผ่าน USB-C โดยให้หัวชาร์จกำลังไฟ 45 Watt มาด้วย ส่วนน้ำหนักของ Steam Deck อยู่ที่ 669 กรัม พอๆ กับ iPad Pro 12.9 นิ้วที่หนัก 682 กรัม อาจบอกได้ว่าตัวเครื่องมีน้ำหนักพอสมควร ถ้าเล่นนาน ๆ ก็น่าอาการเมื่อยกันบ้าง เราดูในส่วนของสเปกกันบ้าง Valve ได้ร่วมมือกับ AMD เพื่อสร้าง APU (4 core/8 thread) ที่เหมาะสำหรับเครื่องเกมแบบพกพาโดยเฉพาะ ด้วยขุมพลังจากโปรเซสเซอร์ Zen 2 (2.4–3.5 GHz) และ RDNA 2 (สามารถทำงานได้ 1.0–1.6 GHz) พร้อมกับแรม LPDDR5 ขนาด 16 GB สามารถทำให้ตัวเครื่องเล่นเกมระดับ AAA มีประสิทธิภาพมากขึ้น และอีกอย่างที่พิเศษและสะดวกสบายมากๆ ก็คือ ผู้เล่นจะสามารถเล่นเกมจากคลังเกม Steam ได้ทั้งหมดบน Steam Deck หลังจากที่ได้ล็อกอินบัญชีเข้ากับเครื่องแล้ว พูดง่ายๆ ว่าเราสามารถเล่นเกมใน Steam ได้ทุกที่ทุกเวลาตามความต้องการของเราเลย ทางสื่อ IGN ก็ได้ทดลองเล่นกับ Star Wars Jedi Fallen Order ด้วยกราฟิกระดับ High ก็สมารถเล่นได้อย่างไม่มีปัญหาเลยครับ ตัว Steam Deck จะทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ SteamOS ที่เคยถูกใช้ใน Steam Machine แต่จะเป็น SteamOS 3.0 (Arch-based) เวอร์ชันที่ใหม่กว่า พร้อม Proton ระบบเสริมความเข้ากันได้กับเกม ทำให้เกมทั่วไปก็สามารถเอาไปเล่นบน SteamOS ได้โดยนักพัฒนาไม่ต้องปรับแต่งอะไรเพิ่มเติม และอินเทอร์เฟซแบบคอนโซล ตัวเครื่องสามารถเล่นเกม PC จาก Steam ได้ทั้งหมด รวมไปถึงระบบอื่น ๆ อย่าง Remote Play และระบบแช็ต นอกจากนั้นแล้ว Steam Deck จะสามารถใช้งานกับเมาส์และคีย์บอร์ดได้ พร้อม Dock ที่เชื่อมต่อผ่าน USB-C เข้ากับจอทีวี ซึ่งจะขายแยกและจะเผยข้อมูลเพิ่มเติมในภายหลัง Steam Deck จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ราคา ตามขนาดความจุ ได้แก่ 64GB ราคาประมาณ 13,043 บาท 256GB ราคาประมาณ 17,293 บาท 512GB ราคาประมาณ 21,215 บาท อย่างไรก็ตามรุ่น 64 GB จะใช้รูปแบบการเชื่อมต่อแบบ eMMC ซึ่งทำให้การส่งอ่าน - เขียนข้อมูลช้ากว่ารุ่น 256 GB และ 512 GB ที่ใช้การเชื่อมต่อแบบ NVMe มาก และ ทุกรุ่นประกอบไปด้วย Highspeed MicroSD card slot ทำให้สามารถใส่การ์ดความเร็วสูงเพื่อเพิ่มความจุได้ และนี่ก็คือความน่าสนใจทั้งหมดของเจ้าตัว STEAM DECK ถือได้ว่าเป็น เครื่องเล่นเกมพกพาเครื่องนึงที่สามารถเล่นเกมทุกอย่างจากในคลัง Steam ทั้งหมดได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีปัญหาแม้แต่นิดเดียว ก็คงพูดได้ว่าเครื่องเล่นเกมพกพาเป็นที่นิยมในปัจจุบันอย่าง Nintendo Switch จะเจอคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกันเลยละครับ บทความนี้คงเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ สายเกมเมอร์ที่กำลังสนใจ หรือ จะตัดสินใจซื้อ STEAM DECK ว่ามันเหมาะสมกับเพื่อนๆ หรือไม่ ครั้งหน้าเราจะนำสิ่งที่สนใจอะไรมาแนะนำอีกก็ติดตามกันได้เลยครับ ขอขอบคุณ https://www.steamdeck.com/

เตรียมพบ Samsung Galaxy Z Flip 3 Gucci Fashion Luxury Edition มาจริงไหม !

เตรียมพบ Samsung Galaxy Z Flip 3 Gucci Fashion Luxury Edition มาจริงไหม !

เตรียมพบงาน Galaxy UNPACKED 2021 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 11 สิงหาคมนี้ มันคืองานใหญ่ประจำปีที่หลาย ๆ คนเฝ้ารอ แน่นอนว่าในงาน Samsung จะทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในตระกูล Galaxy อย่าง Samsung Galaxy Z Fold 3 , Galaxy Z Flip 3 , Galaxy Watch4 , Galaxy Watch4 Classic และ หูฟังไร้สายรุ่นใหม่ Galaxy Buds2 โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ของงานที่หลายคนเฝ้าจับตาคงหนีไม่พ้นตัว Galaxy Z Flip 3 สมาร์ทโฟนมือถือจอพับได้นั้นเอง ล่าสุดมีภาพเรนเดอร์จาก LETSGO Digital ที่ออกแบบมาให้ Galaxy Z Flip 3 รุ่น Limited Edition ที่ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ใหม่อย่าง Gucci หากยังจำกันได้ Galaxy Z Flip 2 ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่าง Thom Browne และยังมีภาพเรนเดอร์ของ Samsung Galaxy Z Flip 3 Louis Vuitton Limited Edition แสดงไว้อีกชุดด้วย บอกได้เลยว่าสำหรับใครที่ชอบความเรียบหรู ดูดีมีระดับ ต้องรอ Samsung Galaxy Z Flip 3 Gucci Fashion Luxury Edition แล้ว มันอาจจะเป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างเช่นเดียวกับรุ่น Samsung Galaxy Z Flip Thom Browne Edition ที่ทาง Samsung ได้ประสานงานกับ Thom Browne บอกได้คำเดียวว่า ปัง แน่ๆ กับการเปิดตัวของรุ่น Samsung Galaxy Z Flip 3 Gucci Fashion Luxury Edition เตรียมตัวพบกันได้เลยในงาน Samsung Galaxy UNPACKED 2021 ในวันที่ 11 สิงหาคมนี้ ขอขอบคุณ https://www.sanook.com/hitech/1537229/

Apple กลับมาอีกครั้งกับโปรที่ทุกคนรอคอย

Apple กลับมาอีกครั้งกับโปรที่ทุกคนรอคอย

กลับมาอีกครั้งกับ Back to School โปรต้อนรับเปิดเทอมกับชีวิตเด็กมหาลัย เมื่อซื้อ Mac หรือ iPad รุ่นที่ร่วมรายการในราคาส่งเสริมนักศึกษา รับฟรี AirPods ! พร้อมรับส่วนลด 20% สำหรับ Apple Care+ ไปเลย รุ่นที่ร่วมรายการมีดังนี้เลย MacBook Air MacBook Pro iMac 24 นิ้ว Mac Pro Mac mini iPad Pro iPad Air และเป็นการเริ่มต้นเทอมใหม่อย่างสวยงามกับความบันเทิงมากมายมหาศาล ทาง Apple ยังให้ส่วนลด 20% สำหรับ AppleCare+1 ไปอีกด้วย โอโห้ ใครที่กำลังมองหาอุปกรณ์การศึกษาใหม่ๆ ต้องจัดแล้วว โปรมีตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. - 27 ก.ย. 64 นี้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง https://www.apple.com/th-edu/shop/back-to-school

Windows 365 คืออะไร? Microsoft เปิดตัว Windows 365 แล้ว!?