top of page

มูลนิธิฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) สนับสนุนภารกิจบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ห่างไกล

มูลนิธิฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย)
มุ่งมั่นสานต่อปณิธานนวัตกรรมเพื่อสังคม
เดินหน้าสนับสนุนภารกิจบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ห่างไกล
ส่งมอบสุขภาวะที่ดีขึ้นให้คนไทย
ด้วยเครื่องอัลตราซาวด์และเอกซเรย์แบบพกพา ให้แก่มูลนิธิ พอ.สว.


กรุงเทพฯ 10 มีนาคม 2566มูลนิธิฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ในฐานะองค์กรที่มีภารกิจในการสนับสนุนงานวิจัย และฝึกอบรมในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตลอดจนร่วมมือกับองค์กร การกุศลอื่น เพื่อสาธารณประโยชน์ของสังคม เดินหน้าสานต่อปรัชญาของกลุ่มบริษัท FUJIFILM Group ด้านการใช้เทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์และล้ำสมัยของฟูจิฟิล์ม เพื่อช่วยพัฒนาสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมล่าสุดร่วมบริจาคเครื่องอัลตราซาวด์และเอกซเรย์แบบพกพา มูลค่ารวมทั้งสิ้น 5,600,000 บาท ให้แก่ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) เพื่อสนับสนุนภารกิจของทีมแพทย์อาสา พอ.สว. ในการให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล หรือขาดแคลนบริการด้านสาธารณสุข ให้มีโอกาสได้รับบริการตรวจรักษาสุขภาพร่างกายที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เพื่อให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

มร. มาซาอากิ ยานากิย่า ประธานกรรมการ มูลนิธิฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) และ ประธานบริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ประเทศไทย มุ่งมั่นและเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาธุรกิจ ตั้งแต่ธุรกิจบริการด้านโซลูชั่นซอฟต์แวร์จนถึงธุรกิจเครื่องพิมพ์ โดยปรัชญาของบริษัทคือ การพัฒนาสังคมให้ยั่งยืน รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมและผู้คน ด้วยเหตุนี้เราจึงก่อตั้งมูลนิธิฟูจิฟิล์มฯ เพื่อร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ เพื่อสาธารณะประโยชน์ต่อส่วนร่วม โดยได้ก่อตั้งมาแล้วกว่า 27 ปี

ทั้งนี้ “มูลนิธิฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียมกัน โดยปัจจุบัน เราพบว่ายังมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ จึงเกิดเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำของการเข้าถึงบริการสาธารณะสุขของกลุ่มเปราะบางในสังคม รวมถึงสถานการณ์ทางสาธารณสุขในประเทศไทยยังขาดแคลนเครื่องมือแพทย์ ที่จะเข้าไปช่วยยกระดับและเสริมประสิทธิภาพการทำงานของทีมแพทย์ที่มีจำกัดให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างทั่วถึง”

“จากแนวคิดดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการร่วมสนับสนุนมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ซึ่งมีภารกิจหลักในการจัดหาและส่งเสริมให้มีแพทย์และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคปฏิบัติงานเพื่อช่วยเหลือ ให้การรักษาพยาบาล ป้องกันโรค ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพอนามัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติภารกิจในท้องถิ่นทุรกันดารห่างไกลความเจริญ หรือแถบชายแดนที่ผู้คนขาดโอกาสใน การเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่ครอบคลุม ทั้งนี้เพื่อร่วมให้กำลังใจและเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภารกิจของ ทีมแพทย์อาสา ในการรักษาพยาบาลกลุ่มคนเหล่านี้ให้มีสุขภาพที่ดีและส่งเสริมสวัสดิภาพสำหรับคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน” มร.มาซาอากิ กล่าว

ด้าน นายแพทย์ยุทธ โพธารามิก เลขาธิการ มูลนิธิ พอ.สว. กล่าวว่า “ปัจจุบันมูลนิธิฯ มีจังหวัดแพทย์อาสาทั้งสิ้น 63 จังหวัด ทั่วประเทศไทย และมีอาสาสมัครทั้งสิ้น กว่า 200,000 คน หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ทำหน้าที่ดูแลรักษาประชาชนที่ด้อยโอกาสในท้องถิ่นทุรกันดาร โดยได้รับการสนับสนุนด้านพาหนะจากกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ หรือกรมตำรวจ ในพื้นที่นั้น เพื่อให้การดูแลด้านสุขภาพและพลานามัยแก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 54 ปี นับตั้งแต่ออกปฏิบัติภารกิจครั้งแรก มูลนิธิฯ ได้ดูแลประชาชนรวมถึงเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกลให้มีสุขภาวะที่ดี รวมแล้วกว่า 20 ล้านราย”

“ในการออกปฏิบัติหน้าที่ของทีมแพทย์ในหลายครั้ง อุปสรรคที่ท้าท้ายนอกเหนือจากความยากลำบากในการเดินทางก็คือ การนำเครื่องมือทางการแพทย์บางอย่างมีขนาดใหญ่ ซึ่งไม่สามารถขนย้ายเข้าไปในบางพื้นที่ได้ ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชันที่ยานพาหนะเข้าถึงลำบากหรือในที่ชุมชนแออัด อย่างเช่น เตียงผู้ป่วย เครื่องอัลตราซาวด์ หรือเครื่องเอกซเรย์ เป็นต้น ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้ถึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยทีมแพทย์วินิจฉัยอาการเบื้องต้น ก่อนส่งตัวไปรักษาในโรงพยาบาลต่อไป สำหรับนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ที่ได้รับมอบจากมูลนิธิฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นเครื่องอัลตราซาวด์และเอกซเรย์แบบพกพามีขนาดเล็กและน้ำหนักเบากว่าเครื่องมือทั่วไป สามารถช่วยทีมแพทย์อาสาให้สามารถพกพาไปยังพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารได้ พอ.สว. คาดว่าจะนำเครื่องมือเหล่านี้ไปใช้ในการดูแลด้านสุขภาพและพลานามัยแก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ในพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้”

“สำหรับเครื่องมือทางการแพทย์ที่มูลนิธิฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ได้นำมามอบให้กับมูลนิธิ พอ.สว. ในครั้งนี้ ถือเป็นนวัตกรรมโซลูชันเพื่อการวินิจฉัยทางการแพทย์จากฟูจิฟิล์มซึ่งจะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านความรวดเร็วและความแม่นยำในการวินิจฉัยทางการแพทย์ได้ โดยเครื่องมือที่นำมามอบในครั้งนี้ ได้แก่ เครื่องเอกซเรย์แบบพกพา FDR Xair จำนวน 1 เครื่อง ซึ่งตอบโจทย์การตรวจคัดกรองโรคนอกสถานพยาบาลของแพทย์ ด้วยน้ำหนักเพียง 3.5 กิโลกรัม สามารถพกพาและใช้งานได้ในหลายพื้นที่ เช่น ใช้ในการออกเยี่ยมผู้ป่วยในชุมชนห่างไกลของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เป็นต้น จุดแข็งของ FDR Xair มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พกพาง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ และออกแบบมาเพื่อการใช้งานนอกสถานที่อย่างแท้จริง อีกหนึ่งเครื่องมือที่นำมามอบให้กับ พอ.สว. ในครั้งนี้ คือ เครื่องอัลตราซาวด์ Sonosite M-Turbo จำนวน 3 เครื่อง ซึ่งสามารถเข้าถึงพื้นที่ทุรกันดาร ด้วยขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบาเพียง 3.4 กิโลกรัม ได้รับการออกแบบให้พกพาสะดวกและเหมาะกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบัน ซึ่งทางมูลนิธิฯ ฟูจิฟิล์ม คาดหวังว่าเครื่องมือดังกล่าวจะสามารถช่วยทีมแพทย์อาสาของ พอ.สว. ให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถทราบผลได้อย่างรวดเร็วและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที” มร.มาซาอากิ กล่าวเสริม


สำหรับ มูลนิธิฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนงานวิจัย และฝึกอบรมในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ของสังคมอย่างเต็มกำลัง โดยที่ผ่านมาได้มีการสนับสนุนและช่วยเหลือสังคมในด้านต่าง อย่างต่อเนื่อง ปี .. 2555-2563 มอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาด้านเทคโนโลยีภาพถ่าย และการพิมพ์ จำนวน 12 ทุน รวมจำนวนทั้งสิ้น 2.4 ล้านบาท และในปีพ.. 2559 จัดทำหนังสือเสริมทักษะสำหรับเด็ก (Workbook) จำนวน 60,000 เล่ม และมอบให้กับเด็ก ในพื้นที่ห่างไกล รวมมูลค่า 2 ล้านบาท ปีพ.ศ. 2564 มอบเงินและอุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดและการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด รวมมูลค่า 2.5 ล้านบาท สำหรับทั้งนี้มูลนิธิจะยังคงเดินหน้าช่วยเหลือสังคมในด้านต่าง อย่างต่อเนื่อง




ดู 19 ครั้ง

Comentarios


bottom of page